ดูหนังจีน : The Victims’ Game เจาะจิตปิดเกมส์ฆ่าเหยื่อ

ดูหนังจีน : The Victims’ Game เจาะจิตปิดเกมส์ฆ่าเหยื่อ ถือว่าเป็นซีรี่ย์ในแนวฆาตรกรรม และดราม่า ครบรส หนังเรื่องนี้ นำเสนอในมุมมองของเหยื่อ มากกว่า ฆาตรกร การสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่สมจริง ด้วยภาพ และไขคดี การสืบสวนหาความจริง หนังได้เก็บประเด็นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด และปัญหาสังคม ในปัจจุบันได้ทุกมุมมอง ผ่านการแสดงบทบาทของตัวละครต่างๆ อย่างสมจริง

The Victims’ Game เป็นซีรีส์สืบสวนสอบสวน ที่มีส่วนผสมของทริลเลอร์เข้ากับดราม่าเข้มข้น เป็นการนำเสนอเรื่องราวของ “ฟางอี้เริ่น” เขาเป็นชายหนุ่ม นักนิติวิทยาศาสตร์ เขาทำงานอยู่ในสถานีตำรวจ และเขาต้องรับผิดชอบ่ในการสืบสวนคดี โดยแต่ละคดีมีประเด็นหนัก ๆ ทางสังคมหลายประเด็นที่จัดเต็มไม่ยั้ง

ภาพรวมของเรื่องนี้ยังสามารถจัดเป็นซีรี่ส์ Social Realism ที่สะท้อนสังคมแบบไม่เกรงใจกองเซ็นเซอร์เลยทีเดียว เพราะมีการขุดคุ้ยด้านมืดของสังคมพร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปยังระดับองค์กรธุรกิจ และมีหน่วยงานข่าวเป็นตัวแปรที่สาม ท้าทายระดับศีลธรรมและจรรยาบรรณในการเสนอข่าว

ในคดีล่าสุดที่ ฟางอี้เริ่น จะต้องมาสืบสวนคดีฆาตกรรม ที่เหยื่อถูกทำให้ละลายด้วยน้ำกรด จนเสียชีวิต ซึ่งจากการสืบสวนคดีนี้ ก็จะนำเขาไปสู่เบาะแส ที่มันทำให้เขาได้พบกับหลักฐานบางอย่าง ที่ชี้นำไปถึงลูกสาววัย 17 ปี ของเขา โดยที่เขาไม่ได้ติดต่อกับเธอมานาน และเธอได้หายตัวไป หลังจากที่เขาหย่าร้างกับภรรยา

ซีรี่ส์ความยาวทั้งหมด 8 ตอน แม้ว่าดูรวดเดียวก็ได้ แต่หากต้องการวางแผนการดู แนะนำว่าสามารถดูครั้งละ 4 ตอน เนื่องจากสองตอนแรกถือเป็นการปูเรื่องแนะนำตัวละครไปพร้อม ๆ กับสร้างปมคดี พอถึงตอนที่ 3 ก็จะเป็นการไขปริศนาที่รับรองว่าเห็นคำตอบมีทึ่งแน่นอน ก่อนที่จะปิดท้ายครึ่งแรกด้วยดราม่าซึ้ง ๆ

สำหรับครึ่งหลังก็จะดำเนินเนื้อเรื่องต่อ ก่อนที่จะทิ้งระเบิดเฉลยทุกสิ่งทุกอย่างต่อเนื่องทีเดียวในตอนที่ 6-7 ชนิดไม่ให้ได้พักหายใจ ซึ่งนี่เป็น 2 ชั่วโมงที่เข้มข้นสุด ๆ มาครบทุกแง่มุม ทั้งมูลเหตุระดับจิตวิทยา, เหตุผลการก่อเหตุที่มีสาเหตุเบื้องลึกจากความโสมมของสังคม, อดีตของตัวละครที่เฉลยแล้วอาจทำให้คนที่มีประการณ์ใกล้เคียงหัวใจสลายไปพร้อมกับตัวละครในเรื่อง นับเป็นไฮไลท์ 2 ชั่วโมงที่เต็มอิ่มจัดเต็มมาก ๆ คุ้มค่าสำหรับการรอคอย

คดีต่าง ๆ ในซีรีส์นี้อาจจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนพอควร แต่ท่านผู้ชมไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผู้กำกับและบทซีรีส์มีการคิดวางจังหวะมาอย่างดี ทุกตอนจะมีการสร้างโจทย์และคลี่คลายสลับกันไปตลอดทาง ทำให้เราได้รับคำตอบพร้อมกับเจอคำถามใหม่และตัวละครใหม่ ที่ทั้งหมดมีความสัมพันธ์ชวนสงสัยน่าติดตาม โดยทีมงานทั้งหมดการันตีด้วยรางวัลละครโทรทัศน์ในไต้หวันตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงทำให้หลาย ๆ ฉากมีคุณภาพการถ่ายทำใกล้เคียงกับภาพยนต์เลยทีเดียว

หนังเรื่องนี้เป็นซีรีส์แนวสืบสวน ตามหาคนร้าย ที่แตกต่างไปจากเรื่องอื่นๆที่เราเคยดูมา ซึ่งโดยปกติตัวเรื่องจะมุ่งตามไปที่ผคนร้าย แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ จะนำเสนอในมุมมองของเหยื่อมากกว่า และในการสืบสวน ก็ทำให้เราได้ลุ้นระทึก และตามไขคดีต่างๆ การเปิดเผยเงื่อนงำของคดี และเรื่องราวดราม่าต่างๆของเหยื่อ ทำให้ได้อารมณ์ร่วมในการรับชม และเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ

สำหรับในส่วนของตัวละคร ในเรื่องนี้จะถูกแบ่งน้ำหนักของตัวละคร ทั้งตัวหลัก และตัวรอง ได้อย่างเหมาะสม ต่อการดำเนินเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้ชมสามารถจะเข้าใจถึงการกระทำของตัวละคร และอินไปกับบทบาทของนักแสดงที่ถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นตัวละครของตัวละครชายแก่ ที่เคยฆ่าคนมาก่อน และเขาเองก็รู้สึกผิดอยู่ตลอด หรือแม้กระทั่ง ตัวละครของชายตาบอด ที่ต้องเผชิญกับน้องชายที่โกหกเขา หรือแม้แต่ชายหนุ่มที่เป็นมะเร็ง และโดนไล่ออกจากบริษัท เขาได้หันมาแฉบริษัทในด้านที่ไม่ดี ซึ่งจะมีเรื่องราวของตัวละคร ในหลายแง่มุมให้เราได้เข้าใจถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

หนังเรื่องนี้ได้นำเสนอในหลากหลายเรื่องราว ที่โยงไปที่ปัญหาที่ตัวละครได้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน ชีวิตของตนเอง เรื่องของครอบครัว แม้กระทั่งการเรียกร้องหาความยุติธรรมที่ไม่ได้รับ ซึ่งหนังต้องการจะนำเสนอประเด็นสังคม ที่เกิดปัญหาสังคม ผ่านมุมมองของนักแสดง อารมณ์ ความรู้สึก ทั้งเหยื่อ และฆาตรกร

หนังยังนำเสนอประเด็นการฆ่าตัวตาย ความเชื่อความศรัทธาในเรื่องการมีชีวิตอยู่ และความตาย อย่างเช่นบางคำพูด ก็กินใจ “สำหรับบางคน ความตายมีความหมายกว่าการมีชีวิตอยู่” หรือแม้แต่ ในบางบทของการแสดงที่พูดถึง การใช้ชีวิตไว้ว่า “ชีวิตเป็นของเรา เรามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับชีวิตก็ได้”

จะเรียกได้ว่า เป็นหนังที่ตีแผ่กระแสสังคม การสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคม และความรุนแรง การตัดสินใจ ของเหยื่อ และฆาตกร ในมุมมองที่เราสามารถจะเข้าใจ และเปรียบเทียบได้ รวมไปถึงการรับแรงกดดันต่างๆ ความเครียด ปัญหาที่ลุมเล้าเข้ามา การคิดสั้น อย่างบางบทก็จะพูดว่า “การตายจะทำให้ผู้คนหันมาสนใจจริงๆว่าเขาเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่”

รวมไปถึง การนำเสนอ ในด้านความรัก ความเอาใจใส่ของครอบครัว ความสัมพันธ์ขอครอบครัว ความรัก ความเข้าใจ การนำมาซึ่งการตัดสินใจในวันนี้ วันหน้า และอนาคต แล้วตามต่อในการสืบสวนคดีต่างๆที่เกี่ยวกับครอบครัว การสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัว ที่นำมาซึ่งคดีต่างๆมากมาย

จรรยาบรรณ ของสื่อมวลชน ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่น่าพูดถึงในเรื่องนี้ เช่นในตัวละครที่เป็นนักข่าวสาว “ชูไห่ยิน” ก็สะท้อนให้เห็นถึง บทบาทของนักข่าวในปัจจุบัน ที่ต้องทำงานหาแหล่งข่าวอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเพื่อเงิน หรือการงานที่มั่นคง ชื่อเสียง ซึ่งถ้าได้ดูในตอนนี้ จะรู้ว่า เมื่อเธอไปได้ถึงจุดจุดหนึ่ง เธอจะรับรู้ว่า เหนือจากข่าวคือ ผู้คน ข่าวส่งผลต่อการกระทำของคน จะคนดี คนเลว การลอกเลียนแบบ การตัดสินใจ สื่อมวลชนต้องมีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าว รับผิดชอบต่อสังคม

สรุป
The Victims’ Game ถือได้ว่าเป็นหนังซีรี่ย์ ที่น่าดูมากๆ เรื่องหนึ่ง นักแสดงแต่ละคน มีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ และแสดงคาแรกเตอร์ออกมาได้ดีมาก ๆ ทั้งตัวละครรองและตัวละครหลัก ทุกคนโดดเด่นทั้งหมดเลย เนื้อหาในแต่ละตอน ที่มีการนำเสนอที่เหยื่อเป็นหลัก และผลของการกระทำ ต่างๆที่เกิดขึ้น การมีจรรยาบรรณของสื่อ

การสืบสวน สอบสวน ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่สมจริง การไขคดีฆาตรกรรม การตามล่าเหยื่อ รวมไปถึงทีมงานที่ทำภาพออกมาสมจริง งานโปรดักชั่นที่เยี่ยมยอด ทำให้คนดูรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็น หรือหวาดกลัวต่อสิ่งที่เห็นเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างในซีรีส์เรื่องนี้ก็คือการปิดท้ายตอนที่ 8 ด้วยการชี้ให้เห็นถึงทางเลือกชีวิต ที่จริง ๆ แล้วทุกคนสามารถเลือกได้ เนื่องด้วยหลาย ๆ คดีในที่นี้มีความหมิ่นแหม่และอาจเป็นตัวอย่างไม่ดีต่อสังคม ทีมงานน่าจะคิดมาเป็นอย่างดีและเลือกที่จะปิดเกม The Victims’ Game ด้วยเหตุผลและทางเลือกที่มีน้ำหนักให้ผู้ชมยอมรับได้ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่สมเหตุสมผลและไม่โลกสวยจนเกินไป ความยาวแค่ 8 ตอน แต่คนดูอาจได้มากกว่าที่คิด